[BTS] Shila Missing Pieces #2

posted on 08 Jul 2011 01:28 by brown-sucre in BTS
 

Entry นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ

 

ซึ่งเป็น Parallel Universe ของ

 
 
 
 

Shila Missing Pieces #2

 

ใครๆ มักบอกว่า ‘คุณมาร์โซ’ พึ่งพาได้

         ตั้งแต่ชั้นประถม จนขึ้นจูเนียร์ไฮสคูล เพื่อน รุ่นพี่ และทุกคนต่างบอก

        ติชิลาไม่เคยทำตัวให้เป็นที่น่าพึ่งพา หรือคาดหวังให้คนอื่นมาขอร้อง

        แค่คิดว่าหากตนเองทำอะไรได้ ก็ทำ แค่นั้น

        การเลื่อนชั้นจากเกรด 6 มาอยู่เกรด 7 หรือจูเนียร์ไฮฯ ปีแรก ทำให้เธอตื่นเต้นมิใช่น้อย วิชาที่เรียนต่างไป หลากหลายกว่าแต่ก่อน แถมยังมีสิทธิ์ทำอะไรได้หลายอย่าง

        เธอย้ายจากหอที่ต้องอยู่รวมกันหกคนในห้องใหญ่ กลายเป็นห้องหนึ่งมีสี่คน แต่ละคนก็มีห้องของตนเอง มีมุมหนังสือ และห้องนั่งเล่นตรงส่วนกลาง

        เมื่อผ่านการศึกษาภาคเรียนใหม่มาได้ราวหนึ่งเดือน เป็นช่วงของการเลือกตัวแทนนักเรียน

        ติชิลาไม่เคยใส่ใจ...

        แต่ท้ายที่สุดทุกคนเลือกเธอ

        ขนาดเพื่อนสนิทยังเข้ามายินดีด้วย เธอจึงไม่กล้าเอ่ยปฏิเสธ

        เธอไม่กล้าขนาดนั้น...

 

        ติชิลานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ อ่านหนังสือเรื่อง ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล ที่ยืมมาจากห้องสมุด

        คนที่คุยกับสัตว์ได้จะรู้สึกอย่างไร จะได้ถามไหมว่าพวกมันจะใช้ชีวิตอย่างไร แล้วสัตว์มีอะไรอยากบอกคนไหมนะ

        มีเรื่องที่อยากถามเยอะไปหมด

        แต่แค่สงสัยก็ไม่เหมาะไม่ควร

        “คุณมาร์โซ”      

        เด็กสาวปิดหนังสือ ลุกยืนเมื่ออาจารย์ประจำชั้นตรงมาหา

        “คะมิส ? ”

        “อาจารย์โอเวนเรียกให้เธอไปพบที่ห้องทำงานจ้ะ”

        “ค่ะมิส” เธอรับคำ และเดินไปในทันที

 

ห้องทำงานของอาจารย์โอเวนทึมทึบและน่ากลัว

        แสงที่ลอดผ่านม่านสีเขียวเข้มมาได้ ไม่อาจเห็นเป็นลำ เพราะห้องนี้สะอาดและพยายามอย่างยิ่งที่จะสมบูรณ์แบบ จนแทบไม่มีฝุ่นให้เห็น

        หญิงวัยกลางคนหันมายิ้มให้เธอ ผมสั้นดัดลอนของเจ้าของห้อง คล้ายๆ มันม้วนเป็นระเบียบกว่าแต่ก่อน

        คงเพิ่งไปดัดมา...ติชิลาคิดเช่นนั้น

        “ดิฉันจะขอให้คุณมาร์โซเป็นตัวแทนนักเรียนออกข้างนอก ไปคุยธุระกับดิฉัน ในวันที่ห้าได้ไหมคะ”

        “คะ?”

        เธอเบิกตา

        ใครๆ ก็รู้ว่าวันนั้นอาจารย์จะไปโรงเรียนประจำชายล้วน ที่เก่าแก่ ยิ่งใหญ่ และสร้างสุภาพบุรุษมานับไม่ถ้วน รวมถึงบุคคลสำคัญในสังคม กระทั่งนายกรัฐมนตรีก็มี

        “แต่คนที่ต้องไป เป็นคณะกรรมการนักเรียนของไฮสคูลนี่คะ”

        “คุณโรเบิร์ตประสบอุบัติเหตุตอนเล่นเทนนิสเมื่อครู่นี้เองค่ะ”

        “ตายจริง” เธออุทานเบา

v“ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็คงเดินไม่ถนัด ซึ่ง...เราต้องไปกันในวันจันทร์นี่แล้ว ที่เลือกคุณมาร์โซ เพราะคุณช่วยงานของสภา และทราบเรื่องโปรเจคต์การกุศลนี้ดีกว่าใคร ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าต้องเป็นนักเรียนไฮสคูลถึงจะได้ไปที่นั่น เพียงแต่คุณเหมาะสมที่สุดก็เพียงเท่านั้น”

        ติชิลาอ้าปากเตรียมถาม แต่ก็ต้องนิ่งเงียบ

        “ค่ะ”

        เธอไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธ

 

“งานฮัลโลวีนจะแต่งอะไรดี”

        นอร่าเอ่ยขึ้นมา ขณะที่ทุกคนเตรียมจะเข้านอน และกำลังนั่งเล่นล้อมวงอยู่บนพื้น รูมเมทของเธอเอานิ้วม้วนผมสีแดงเพลิงหยิกขอดเป็นวงสวย พลางมุ่นคิ้วอย่างใช้ความคิด

        “ยากแฮะ ธีมเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์”

        “ไม่เคยดูหรือ ? ” เธอถามกลับ

        “ไม่ช่าย นอร่าเป็นแฟนตัวยงต่างหากเล่า...” ผู้ที่นั่งแปรงผมสีทองจางของตนเองเอ่ยกลั้วหัวเราะ

        “หยุดเลยนะแมเรียน...”

        “นอร่าเคยบอกด้วยนะว่าชอบหนุ่มน่ารักแบบอีริค ในลิตเติ้ลเมอร์เมด หนุ่มเมดิเตอเรเนียน ผมเข้ม ตาสีอ่อน...”

        “แมเรียน ! ”

        คนโดนพาดพิงโถมตัวใส่เพื่อนสาวที่เอนล้มลงไป แต่ก็ยังไม่วายเอาหมอนกันตัวเองได้ทัน

        “ชู่ว เสียงดัง” ติชิลายกนิ้วแตะปาก ทั้งสองคนถึงลุกขึ้นมานั่งดีๆ แต่ก็ยังไม่วายเอนตัวชนกันไปมาอยู่ตลอด

        “ของฉันคงเป็นอลิซ...” แมเรียนโคงศีรษะไปมา

        “แล้วของชีล่าล่ะ จะแต่งอะไร ?”

        คนถูกถามเงยหน้ามองเพื่อน ซึ่งเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ

        “ไม่รู้สินะ ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ร่วมงานไหมน่ะ”

        “อ้าว” ทั้งแมเรียนและนอร่าอุทานพร้อมกัน

        “ฉันต้องกลับบ้าน”

        “ไม่ได้นะ ต้องอยู่สิ เบธ ช่วยพูดที”

        แล้วความวุ่นวายก็ดำเนินต่อไปอีกพักหนึ่ง จนได้เวลาเข้านอน

 

“ชีล่าไม่อยู่ร่วมงานด้วยกันจริงๆ หรือ?”

        เพื่อนพากันร้องระงมเมื่อเธอเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน

        “ฉันจะกลับบ้านพ่อ เดี๋ยวพ่อมารับ”

        “เอ๊ะ แล้วน้องชายมาด้วยไหม?”

        “ไม่รู้ซี...” เธอตอบ ทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่เห็นชัดว่าเพื่อนสนใจจะแย่

 

        เล่อหมิง...สวิตร น้องชายที่อ่อนกว่าหนึ่งปีของเธอเป็นเด็กน่ารัก ปากหวาน เธอเอ็นดูเขา แม้ว่าจะไม่ได้โตมาด้วยกันก็ตามที

        เพราะพ่อให้สัญญากับท่านตา...ว่าจะยกลูกคนแรกให้ท่านตาเลี้ยง ท่านตาจึงยอมให้แม่ทำงานเป็นหมอ ได้ทำงานที่รักของตนเองต่อไป

        เหตุที่ต้องมีเงื่อนไข เพราะท่านตามีความคิดว่าผู้หญิงเมื่อแต่งงานมีครอบครัว ควรเป็นแม่บ้าน

        ติชิลาเห็นว่าที่ท่านตาเอ่ยมานั้นมีเหตุผล เพราะผู้หญิงในบ้านท่านตา ก็ดูสุขสบายกันดี

        ทว่าเวลาที่แม่เล่าเรื่องงาน ใบหน้าท่านนั้นดูมีความสุข

        เธอสงสัย...


        ว่าตัวเองจะได้มีวันที่เข้าใจความรู้สึกนั้นบ้างไหม

        หากติชิลาก็เลิกคิด ปล่อยทุกอย่าง ให้แล้วแต่ท่านตาจะเลือก...

        เป็นผู้หญิง เรื่องแบบนี้คือปกติ

        เธอรู้ว่าท่านตาคาดหวังว่าลูกคนแรกของแม่จะเป็นลูกชาย คนจีนชอบลูกชาย ใครๆ ก็รู้ ทว่าเมื่อกลายเป็นหลานสาว ตาก็ไม่ได้รังเกียจ รับมาเลี้ยงเช่นที่เคยได้ลั่นวาจาไว้ ดูแลเธอในทุกสิ่ง ให้ทุกๆ อย่าง

        แล้วจะคิดอยากได้ ต้องการสิ่งอื่นใดไปทำไม?

 

ติชิลายิ้มให้พ่อซึ่งยืนคอยอยู่ในห้องพักของผู้ปกครอง

        พ่อยิ้มกว้าง เดินเข้ามากอดแน่นๆ ก่อนปล่อยให้สวิตรเข้ามากอด และแย่งเอากระเป๋าเสื้อผ้าของเธอไปถือ เดินลิ่วๆ ตรงไปยังลานจอดรถ พลางร้องเพลงเสียงดัง ท่าทางมีความสุขเสียเหลือเกิน

        แต่ก็ยังไม่ลืมหันมายิ้มให้คนที่มองตนเอง...

        เธอไม่สนิทกับพ่อนัก ไม่เท่ากับสวิตร

        พ่อเป็นผู้ชายตัวใหญ่ แม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงพอจะอุ้มเธอในตอนนี้ได้ พ่อพิสูจน์ทุกครั้งที่เจอกัน

        ติชิลาขึ้นรถของพ่อ สวิตรที่นั่งข้างหน้าหันหลังเกาะเบาะคุยกับเธอแทบจะตลอดทาง

        “ซาเวียร์ ทำไมไม่ไปนั่งข้างหลังเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”

        “ไม่ได้หรอกฮะ เดี๋ยวเขานึกว่าท่านผู้พิพากษาตกอับ กลายเป็นคนขับรถ”

        พ่อเขกหัวลูกชายคนเล็กไปที ก่อนเปลี่ยนคลื่นวิทยุไปยังสถานีเพลงแจซที่พ่อรัก และทำให้เธอรักด้วย

        ท้องฟ้าเป็นสีส้มสวยเหมือนในเพลง Orange Colored Sky ที่เปิดอยู่ แต่ที่น่าสนใจกว่าท้องฟ้าคือเด็กๆ ที่เดินไปมาข้างถนน พวกเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นปีศาจและผีร้าย รวมถึงแม่มด นั่นทำให้ทั้งเธอและน้องชายเกาะกระจกนิ่ง

        “ใจเย็นน่า เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว” พ่อบอก

        เธอรู้...เพราะเหตุนี้ เธอถึงเลือกที่จะกลับมาบ้าน

 

        แม่เตรียมผ้าคลุมและเขี้ยว ไว้ให้สวิตรเป็นแวมไพร์

        เตรียมชุดสีดำ หมวกทรงแหลม และไม้กวาด ให้เธอเป็นแม่มด

        ติชิลายิ้มกว้าง... กอดแม่แน่นๆ

        “ทำไมไม่หาชุดสวยๆ ให้ลูก”

        “ฮัลโลวีน ใครที่ไหนแต่งชุดนางฟ้าชุดเจ้าหญิง นี่มันเป็นวันของแม่มด แล้วก็ปีศาจ” แม่ลูบผมเธอเบาๆ ก่อนหันไปหาสวิตร “ใช่ไหม ไอ้ตัวเล็ก”

        “แฮ่ ! ”

vน้องชายของเธอแยกเขี้ยวตอบ

 

        เธอคิดว่าตนเองเป็นคนที่จัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ ได้

        ติชิลาไม่กล้าปฏิเสธอาจารย์ เพราะเรื่องที่ท่านขอร้องนั้นสำคัญ

        เธอตุกติก...ไม่บอกเหตุผลเพื่อนๆ ว่าเหตุใดถึงควร “ต้อง” กลับบ้าน

 

        และขณะที่ทุกคนรบเร้า เธอแค่หัวเราะ

        เด็กหญิงทุกคนล้วนอยากเป็นเจ้าหญิง เป็นนางฟ้า

        แต่เธอไม่เคยอยากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่เธอต้องการ...มันจะพาลทำให้คนอื่นๆ หมดสนุกเสียเปล่า

 

        เทศกาลฮัลโลวีนของโรงเรียนนี้มันผิด...

        ใครที่ไหนเขาแต่งเป็นเจ้าหญิงกัน ?

 

 

 
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
แค่อยากเขียนอะไรเกี่ยวสภาพจิตใจอันซับซ้อนของสาวน้อยกรุ๊ป A น่ะ...
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมุมมองของคุณชีล่าวับซะรุ่นนะพี่ ดูนุ่มนวล เรื่อยๆ แต่ก็ซับซ้อนในแบบที่อ่านแล้วรู้สึกสนุกกับเธอดี
ชีวิตคุณชีล่าดูสบายไปพร้อมกับความอึดอัดนะคะ เหมือนไม่มีกรอบ แต่จริงๆแล้วก็มี มีเส้นบางๆขีดไว้ไม่ให้ตัวเองก้าวข้ามอยู่ คุณชีล่าดูเหมือนชินจนไม่รู้สึก แต่ว่าคนอ่านหลายๆคนเขารู้สึกนา

แต่ประโยคนี้ ชอบมากกก >>> เทศกาลฮัลโลวีนของโรงเรียนนี้มันผิด...

ใครที่ไหนเขาแต่งเป็นเจ้าหญิงกัน ? <<<< คุณชีล่า มันใช่ค่ะ มันใช่ มันช่ายยยยย /โหยหวน
ฮัลโลวีนมันต้องหลอกหลอนเซร่ สาวๆทำไมต้องแต่งเจ้าหญิงกันล่ะ แม่มดสิ แบนชีสิ

แต่สวิชชี่ป็อบจริงป็อบจัง ฮุฮิ

#8 By MeMeiyo on 2011-08-09 20:03

เค้าก็กรุ๊ปเอนะ... (รู้สึกโดนกระทบด้วยเมนต์คุณเหม)

เข้าใจชีล่าอะน้อ แต่ยังไงชีล่าก็ยังโชคดีนะที่ไม่มีปัญหากะเพื่อน

ชีล่าต้องเป็นแม่มดน้อยน่ารักแน่ๆ
ตอนนี้สวิตรก็น่ารักอะ (เหอะ แค่ตอนนี้นะ)
แม่มดกับแวมไพร์.. surprised smile
ดีนะไม่แต่งเป็นฟักทอง

ป.ล. ชอบท่านตาอะ ทั้งที่ดูคอนเซอวาถีบสุดๆ แต่ลึกๆ ก็น่ารักนะ cry

#7 By cyanic on 2011-07-10 01:18

อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจชีล่าขึ้นอีกล่ะ big smile

#6 By W on 2011-07-09 20:44

ชีล่าาา น่ารักกกกกกกกกก
เข้าใจละว่าทำไมถึงได้เป็นแม่มด ไม่ใช่เจ้าหญิง
แต่ถึงชีล่าจะเป็นแม่มดก็ไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้นป้ะ? แบบเออ แค่ไม่อยากเป็นเจ้าหญิง ขอเป็นแม่มดก็ได้
ชอบคนแบบนี้นะ บอกไม่ถูก ชอมอารมณ์แบบชีล่า
อ่านแล้วแบบว่า I adore you นะ ไม่ใช่ I like you
เข้าใจใช่มั้ยคะ พักนี้นัทพูดไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ 5555555555

#5 By ลูกนัทขอโทษที่ไม่ล็อกอินอีกแล้ว (110.169.186.27) on 2011-07-09 19:07

ตอนอ่านก็ "ฮะ!" งานฮัลโลวีนทำไมแต่งชุดเจ้าหญิง 55555
อ่านแล้วพบความนุ่มนวล นิ่มๆ ออกมากจากคุณชีล่า
มันเนิบๆ เรื่อยๆ แบบค่อยเป็น ค่อยไป แต่ก็มีบางอย่างที่น่าอึดอัด
/อันนี้เค้าพูดไม่ถูกอะพี่ อ่านแล้วใช้ความรู้สึกทั้งน้าน Orz

คิดว่า ดีแล้วที่ชีล่ารู้ว่า อะไรที่อยากทำ กับอะไรที่ควรทำ
รู้จักการเข้าหา การปรับตัว และวางตัว แบบ นี่แหละนะ ชีล่า

แล้วก็ สารแพ่บว่า.. เราอ่านแล้ว.......
ชีล่าเป็นผู้หญิงที่โคตรน่าปกป้องอะพี่.. /เขิล

#4 By SIN*SIN on 2011-07-09 11:05

เด็กกรุ๊ปเอเข้าใจยาก ปากแข็งไม่พูดไอ้ที่อยู่ในใจจริงๆ ออกมา ไม่รู้ทำไมกัน เจ้าเด็กพวกนี้

#3 By akua on 2011-07-08 23:27

ซับซ้อนจริงๆค่ะ
แต่ก็รู้สึกว่าสมเป็นคุณชีล่าจริงๆ
แบบว่า ..เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ก็ทำตามแบบไม่บ่น (ถึงจริงๆแล้วอาจจะแอบทำหน้าเบ้อยู่ในใจก็ได้ ฮิ )
แต่บางเรื่องที่เธออยากทำ เธอก็ให้ความสำคัญกับมันด้วย
รู้สึกว่าตรงจุดนั้นน่ะน่ารักจริงๆค่ะ ,,- -,,

ว่าแต่... ว้าว สวิตร เนื้อหอมนะเนี่ย /ฮา
ขอแปะน้ำลายจองไว้ก่อนนะคะ แผลบๆ ;-P

ชอบที่เดียวกันกับพี่พู่วเลย "แฮ่ ! "
น่ารักจริงๆหนุ่มคนนี้ ,,- -,,

ป.ล.พิมพ์แล้วมึนๆ หมึกคงเข้าสู่วัยที่จะรู้สึกสับสนในตัวเองแล้วสินะคะ ,,- -,,

#2 By 郭明 on 2011-07-08 21:40

ตรัส ฮิ♥

ชีล่าไม่ใช่เด็กที่แข็งแกร่งอะไร เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ
แต่เธอรู้จักตัวเอง รู้จุดที่ตัวเองยืน
เราชอบตรงจุดนั้น


ปล.หนุ่มน้อยน่ารักมากค่ะพ่อยอดหยาหยี "แฮ่" !!!
กรี๊จจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ
น่ารักไปนะเด็กบ้า ,,= =,,

#1 By Pupu Meteor on 2011-07-08 01:42