[BT] Ande 002 : Moonlight Serenade

posted on 31 Oct 2009 00:26 by brown-sucre  in Ande
 
 
  เอนทรี่เป็นส่วนหนึ่งของบลอดเวนจ้ะ
 
- - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 

002 Moonlight Serenade

 

 

เขาทั้งรู้สึกผิดและชอบสีหน้าของติชิลา ตอนที่กลับมาบ้านแล้วเห็น ข้าวของ ของเขา

มันมาจากไหน

เธอมองตั่งไม้ตัวใหญ่แบบจีน สีเข้มของมันทำให้ลายมุกเหลือบรุ้งพรายยิ่งชัดเจน

มาจากซานฟรานฯ มันลงเรือมา เขาตอบไปด้วยใบหน้าเรียบๆ

ติชิลาไม่ว่าอะไร เพียงมองด้วยความสนใจ ก่อนเดินผ่านประตูห้องนั่งเล่นเลยไปยังอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดสวน

เธอเดินเลยไปแล้วเดินกลับมา ผลักประตูออกและร้องลั่น

แกรนด์เปียโน !!?? ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง ริมฝีปากอิ่มเผยอนิดๆ คงเพราะความประหลาดใจ

แกรนด์เปียโน ?

เธอย้ำคำเดิม หากหางเสียงสูงขึ้นเป็นเชิงถาม

จริงๆ เป็นเบบี้แกรนด์

......

เธอเงียบไป

ฉิบหาย สงสัยมันไม่ขำ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ

เพราะหลังจากนั้นสองสามวัน ในช่วงกลางวันที่เขาไปตรวจไซท์งาน เล่อหมิงมาเล่าให้เขาฟัง ว่าพี่สาวมาเคาะประตูห้องบอกให้เล่นเปียโนให้ฟังหน่อย แล้วเธอก็นอนอ่านหนังสือที่โซฟา...ก่อนหลับไป

ที่เขาเอามันข้ามน้ำข้ามทะเลมาก็คุ้มแล้ว..

 

 

 

เสียงเพลงจากเครื่องเสียงเบาลง

เขามองคนที่วางรีโมทเครื่องเสียงในห้องนั่งเล่นทิ้งตัวนั่งบนโซฟานุ่ม แล้วค่อยอุ้มลูกหมาตัวเล็กมานอนด้วย ส่วน พี่ใหญ่ ที่เดินตามมาจากนอกห้อง ก็นอนหมอบอยู่ที่ปลายเท้า

นี่เพิ่งจะบ่าย เฮียจะเปิดเพลง Shanghai Jazz สร้างบรรยากาศหรือไงเล่อหมิงถาม ทำเป็นรู้ใจคนที่อยากให้ฟังนะ...

ก็แล้วไง อันเต๋อยกกล่องสีแดงขลิบทองออกมาจากถุง เปิดกล่องดูขนมไหว้พระจันทร์สีน้ำตาลสวยที่อยู่ภายใน

จะตั้งโต๊ะจริงๆ น่ะเรอะ

ของไม่ค่อยพร้อมจะตั้งโต๊ะใหญ่ ดีที่นายหาขนมไหว้พระจันทร์มาได้จากเมืองข้างๆ

ไชน่าทาวน์หาได้ทุกอย่างแหละ จะเอาให้ครบพิธียังไม่ยากเลย ทำไมไม่ให้ผมเอามาให้พร้อม

กลัวเขาจะเจอคัลเจอร์ช็อค จนพาลกลัวไปว่าวัฒนธรรมจีนมันยุ่งยากและน่าเบื่อ

หึ แต่ก็ยังมีโคมไฟผูกกับซุ้มต้นอ้อยนะ

คนพูดแค่นหัวเราะ กอดเจ้าตัวเล็กที่พยายามจะกระโดดลงไว้แน่น ก่อนหยิบขนมโก๋สีขาวที่ตนเองซื้อติดมือมาใส่ปาก หากยังไม่วายพ่นเล่นจนแป้งขาวเลอะโต๊ะ ทำให้ต้องรีบเช็ด

ผู้พันเองก็ส่งเสียงไม่พอใจ และใช้เท้าเช็ดหน้าตนเองซึ่งพลอยฟ้าพลอยฝนเลอะไปด้วย

คนชอบถ่ายรูป ถ้าให้เห็นแสงสวยๆ หน่อยคงชอบ

ช่างคิด เล่อหมิงยิ้มกว้างคล้ายชื่นชม ก่อนพึมพำบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน...แต่พอเดาได้

แล้ววันนี้เขาไปที่ร้านรึเปล่า กลับดึกไหม

เห็นว่าไม่ พี่ว่าขี้เกียจไปอยู่ร้านจนดึก

งั้นเรอะ อันเต๋อตอบ มือและสมาธิยังง่วนอยู่กับการตั้งของไหว้

เขาหยิบจับของเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกางตำราหรือโทรถามใคร เพราะตาสั่งและสอนให้จำวัฒนธรรมและประเพณีบรรพบุรุษมาแต่เด็ก จะมีเลือนๆ บ้างในบางเทศกาล แต่สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เขาจำได้ดี

ก็ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าพระจันทร์สวย และอยู่เกินเอื้อม

อ้าว ทำไมมาอยู่นี่กันหมดล่ะ

เสียงทักทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง เธอยิ้มตอบ ก่อนเดินไปนั่งบนโซฟาที่น้องชายนอนอยู่ หญิงสาวเอาผู้หมวดมากอด จูบปากลูกหมาที่โตขึ้นรวดเร็วด้วยความเอ็นดู แล้วเอนตัวโถมน้ำหนักใส่เล่อหมิง กระแทกตนเองเล่นอย่างที่คนเป็นน้องเล่าว่าทำมาตั้งแต่เด็ก

นอนกิน ชาติหน้าจะเกิดเป็นงูเหลือม

งั้นผมก็จะกินช้างเข้าไป

ไม่ใช่งูในเจ้าชายน้อยนะ ติชิลาหัวเราะ กระชับแขนที่มีผู้หมวด ลุกยืนและเดินตรงมาหาเขา คุณอันเต๋อทำอะไรคะ

จัดโต๊ะไหว้น่ะครับ

ไหว้ ?

อันเต๋อดีดจมูกผู้หมวดที่ทำท่าจะดมของไหว้เบาๆ ทำให้ผู้พันยืนสองขาเกาะติชิลา ประท้วงที่เขาไปทำร้ายร่างกายน้อง

วันนี้ไหว้พระจันทร์

ถึงว่า สวิตรบอกวันนี้จันทร์จะเต็มดวงสวย ว่าจะตั้งกล้องถ่ายพอดี

ไหว้พระจันทร์ด้วยกันไหมพี่อนาคตงูเหลือมลุกนั่ง ยื่นขนมโก๋ให้พี่สาวที่สั่นศีรษะน้อยๆ

จะไปร้าน

อ้าว ไหนว่าไม่ไป น้องชายโอด ตรวญเสียงหงุงหงิงอย่างที่ไม่ค่อยทำกับพี่ชายสักเท่าไหร่นัก คงเพราะรู้ว่าจะโดนฟาดหัวเอาแน่ๆ

มีวงดนตรีใหม่จะเข้ามาออดิชั่น เป็นวงทริโอล่ะคราวนี้ แต่คนในวงเล่นได้คนละหลายอย่างอยู่ เธอยิ้มกว้าง ดูเหมือนจะถูกใจอยู่มิใช่น้อย

ไปก่อนนะคะ ไว้ค่อยเจอกัน ฉันพาผู้พันกับผู้หมวดไปด้วยนะ

ครับ

เธอเดินออกไป ทิ้งเสียงปิดประตูเบื้องหลัง

เขาเดินไปหยิบรีโมท เร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น และเดินไปจัดของไหว้ต่อ

ผิดหวังหรือไงเฮีย

ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นรึ?

อือ

ไม่ผิดหวังหรอก

ทำไมมั่นใจขนาดนั้น สวิตรหยิบขนมโก๋ใส่ปากอีก แล้วก็ต้องคว้าถ้วยชาของอันเต๋อกรอก เมื่อขนมที่ทำจากแป้งเกิดฝืดคอขึ้นมา

เพราะไม่ได้หวังแต่ต้น เลยไม่ผิดหวัง

อันเต๋อได้ยินเสียงจึกจักในคอจากอีกฝ่าย คล้ายหมั่นไส้เขาเต็มประดาหากทำอะไรไม่ได้

แล้วเล่อหมิงก็เดินออกไปอีกคน

 

 

 

ขอบคุณคุณมาร์โซมากนะครับที่รับพวกผมเข้าทำงานที่ร้าน ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ ทั้งสามคนยิ้มกว้าง ผมดีใจจนไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

อย่าให้เสียการเรียนก็พอ อีกอย่าง เรียกฉันชีล่าเถอะ

ครับคุณชีล่า พวกผมเรียนบ่าย ไม่เสียการเรียนแน่ๆ ครับ

ติชิลายิ้มตอบ ตาเหลือบไปมองผู้หมวดซึ่งทำจมูกฟุดฟิดดมอาหารที่เจคลองทำ มันเอาจมูกดุนจนล้มชามคว่ำแทบจะทันทีทันใด ทำให้พ่อครัวร้องโหยหวน หากทำได้แค่นั้น เพราะผู้พันนั่งแยกเขี้ยว ระวังมิให้อีกฝ่ายทำอะไรน้องชายตัวโปรด

งั้นก็ดี คืนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะ โชคดีนะ เจอกันวันจันทร์

ทั้งสามคนโค้งแล้วโค้งอีก ก่อนเดินออกจากร้านไปพร้อมเครื่องดนตรีของตัวเอง

ออดิชั่นคราวนี้มิได้จบเร็วอย่างที่คิด เพราะลูกค้าเรียกร้องให้ทั้งสามเล่นต่อ เธอเลยปล่อยไปเรื่อยๆ มีติดขัด ขลุกขลักบ้าง เมื่อคนดูขอให้เล่นเพลงที่ไม่ได้ซ้อม แต่นักดนตรีก็พามันผ่านไปได้ด้วยดี เธอคิดว่าทั้งสามคนมีฝีมือ อันที่จริงน่าจะเรียกได้ว่ามีฝีมือมากมายเหลือล้น แถมยังมีพลังที่จะพุ่งไปข้างหน้าได้เรื่อยๆ แต่เขายังต้องเรียนรู้จากเอนเตอร์เทนลูกค้า เพราะการเล่นดนตรีจะเอาแต่ความพอใจคนเล่นเพียงถ่ายเดียวไม่ได้ อย่างไรเสียพวกเขาคงได้เรียนรู้จากร้านนี้มากอยู่เหมือนกัน

ติชิลามองไปรอบกาย นี่ก็จะเข้าหน้าหนาวอีกแล้ว

นาฬิกาที่ผนังบอกเวลาห้าทุ่มเศษๆ แล้ว ล่วงเลยจากเดิมที่เธอคิดจะกลับบ้านมากอยู่

หญิงสาวเดินไปบอกหัวหน้าพนักงาน ก่อนเลยขึ้นไปห้องส่วนตัวของตนเองซึ่งอยู่ชั้นบน หยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่ โดยไม่ลืมสมุดบันทึกของทางร้านลงมาด้วย เพื่อนำกลับจัดการดูต่อที่บ้าน เธอลงมาจากชั้นบน เอ่ยลาทุกคน อุ้มเจ้าตัวเล็กขนฟูเข้าอ้อมกอด และดีดนิ้วเรียกผู้พันให้เดินตามกลับไป

ติชิลากระชับเสื้อคลุมไหมพรมสีน้ำตาลแน่นเข้าเมื่อลมหนาวปะทะกาย ผู้หมวดนอนซุกอยู่กับอกทั้งที่อันที่จริงแล้ว ความหนาวแค่นี้เป็นเรื่องสบายๆ สำหรับสุนัขจากเขตขั้วโลกอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ แต่ด้วยท่าทางน่าเอ็นดู...ทำให้เธอยังกอดมันเอาไว้ โดยไม่ลืมเงยหน้ามองพระจันทร์ที่เกือบจะขึ้นสู่จุดสูงสุด เธอคิดว่าตนเองควรจะตั้งกล้องเพื่อถ่ายพระจันทร์ที่กระจ่างอยู่บนฟ้าสักหน่อย

อ้าว เจอกันพอดี

เธอมองน้องชายที่ตรงมาหา

ที่บ้านมีอะไรรึเปล่า

มีงาน สวิตรเอาผู้หมวดที่กำลังจะเคลิ้มหลับมากอดไว้กับอกของตัวเอง มันลืมตาโพลง มองเขาตาขวาง เฮียเขาตั้งโต๊ะ ใกล้จะไหว้แล้วนะ

อ้าวไม่ได้ไหว้ไปแล้วหรอกเหรอ

ยัง

เธอมองผู้หมวดที่...ดิ้นพราดๆ พยายามจะออกจากอ้อมกอดของน้องชายแล้วนึกสงสาร เลยแย่งมาอุ้มไว้เองอีกครั้งหนึ่ง

แต่พี่คงไม่ยุ่งอะไรด้วยนะ ไม่รู้ธรรมเนียม

ไม่เป็นไร ไม่ได้ไมน์อะไร

งั้นกลับบ้านกัน

อื้อ สวิตรเอาดึงผ้าผืนยาวจากคอมาพันให้เธอ ส่วนตัวเองเดินนำ ปล่อยให้คนตามหลังหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

หญิงสาวมองไปยังแสงไฟอบอุ่นจากในสวน ประตูรั้วสีขาวถูกน้องชายผลักเบาๆ เขายืนรั้งรอเพื่อจะลงกลอน เธอเดินตามดวงไฟไปเรื่อยๆ ไม่ได้นึกฉุกใจคิดว่าตนเองละม้ายแมลงที่หลงแสงนั้น ด้วยในใจมีเพียงความสงสัย

 

 

 

โคมไฟสวยจังค่ะ

อันเต๋อเงยหน้ามองผู้ที่เดินเข้ามายังโต๊ะไหว้ในสวน เขาเพิ่งยกถาดขนมและผลไม้ลูกกลมๆ มาวางเรียบร้อยพอดี สวิตรเห็นภาพเบื้องหน้าก็ทำตาโต ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ ทำท่าคล้ายพิมพ์ข้อความอย่างตั้งอกตั้งใจ

ทำไมยังไม่ไหว้ล่ะคะ

รอพระจันทร์ อันเต๋อยิ้มน้อยๆ ได้ยินเสียงกระแอมระคนไอคล้ายว่า ไม่ตั้งใจ ของสวิตรแว่วเข้าหู ไหว้ตอนเที่ยงคืนน่ะครับ รอให้พระจันทร์ขึ้นสู่จุดสูงสุด

อ้อ อย่างนี้นี่เอง

เธอเงยหน้ามองฟ้าเบื้องบนอยู่ครู่ แสงนวลสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอ่อน เขาคิดพระจันทร์ดูงามกว่าที่มองด้วยตาตัวเองเสียอีก

เดี๋ยวฉันไม่รบกวนล่ะค่ะ เชิญคุณไหว้ แต่จะขอไปเอากล้องมาถ่ายรูปได้ไหม

ด้วยความยินดีครับ เล่อหมิงเขาถ่ายรูปก่อนขอผมด้วยซ้ำ

คนโดนพาดพิงเงยหน้าจากมือถือที่เขายังคงจิ้มส่งข้อความ และมองผู้พูดตาขวาง

ก็นี่มันบ้านผม ผมจะถ่ายรูปแล้วทวีตมันมีปัญหาเรอะ แล้วนี่ตั้งโต๊ะ เฮียได้ขออนุญาตผมรึยัง ?

พอกันทั้งคู่แหละ จะทำอะไรก็ทำเถอะ ติชิลาสรุปให้พร้อมเสียงหัวเราะ ไว้เจอกันนะ

เธอปล่อยให้หงเป้า...ผู้หมวดลงไปวิ่งที่พื้น ซึ่งมันก็วิ่งตามเธอเข้าบ้านไปพร้อมๆ กับผู้พัน

อันเต๋อเตรียมธูปเทียนพร้อมนานแล้ว แน่นอนว่าสำหรับสามคน เขาเงยหน้าขึ้นดูเมื่อรู้สึกว่าเล่อหมิงเข้ามาใกล้ เจ้าน้องชายตัวดีที่คอยขัดคอทุกลมหายใจยิ้มมุมปากอย่างน่าฟาดหัวเสียที

มีอะไร

แหม รอพระจันทร์...

แล้วไง

หึ

หรือไม่จริงที่ต้องไหว้ตอนเที่ยงคืน

ถ้าเลยเที่ยงคืนแล้วพี่เขายังไม่กลับมาเฮียจะส่งจรวดไประเบิดแกนโลกให้หมุนช้าลงรอเขาไหม ?

เขาไม่ตอบ หูเงี่ยฟังเสียงที่ตนเองปรารถนาจะได้ยิน

เสียงปิดประตู

เสียงผู้หมวดร้องงอแงใส่พี่

เสียงหวานๆ ที่ดุให้มันเงียบ

มาแล้วค่ะ เธอมาพร้อมกับกระเป๋ากล้องสะพายข้างใบใหญ่และขาตั้งกล้อง ติชิลาหยิบกล้องออกมาถ่ายในทันที เธออยู่กับภาพข้าวของที่จัดเรียงอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มแห้งๆ เอ่อ ถ้าต้องไหว้ก็ตามสบายนะคะ

ครับ 

เขาต้นตบแขนเล่อหมิงที่ยังเล่นมือถือไม่เลิกให้มาไหว้ด้วยกัน

เสียงชัตเตอร์ดังเป็นระยะ

ติชิลาไม่เดินไปหน้าโต๊ะไหว้ หากวนไปมาอยู่รอบๆ และด้านหลัง ก่อนที่จะเดินกลับไปยังขาตั้งกล้อง จัดการเปลี่ยนเลนส์และยกปลายประบอกเลนส์บ้องยาวไปที่พระจันทร์

ตั้งใจไหว้หน่อย เล่อหมิงเอาศอกถองเบาๆ เดี๋ยวฉังเอ๋อไม่พอใจ

เขาว่าจะโวยมันสักรอบ แต่พอคนเป็นพี่สาวหันมายิ้มให้เขาเลยได้แต่ยิ้มตอบ

หึ

เขาอยากเตะมันสักทีจริงๆ...

 

 

 

จะเก็บแล้วหรือครับ

เธอกำลังจะเปลี่ยนเลนส์เก็บลงกระเป๋าตอนที่เขาพูดขึ้นมา

ยังไงพวกเราสามคนมาถ่ายรูปด้วยกันสักรูปไหม ?

ก็ดีนะคะ ติชิลายิ้มกว้าง อยากถ่ายคู่กับโต๊ะไหว้ สวยดี งั้นรอเดี๋ยว

เลนส์กระบอกยาวถูกถอดแทนที่ด้วยเลนส์ช่วงธรรมดา ที่เหมาะแก่การถ่ายวิวและภาพคน เธอยกขาตั้งซึ่งมีกล้องติดอยู่ด้านบนไปวางด้านหน้า จัดการตั้งค่าต่างๆ ให้เรียบร้อย และใช้คำสั่งจับเวลาถ่ายภาพ เสร็จแล้วจึงวิ่งไปสบทบกับน้องชายและพี่ชายของน้อง

ผมเป็นน้องของทั้งสองคนให้ผมยืนกลาง สวิตรเดินเข้าไปในตำแหน่งของตัวเองเสร็จสรรพ ขณะที่ไฟสัญญาณเพิ่งกะพริบไปได้ 2 ครั้ง

แต่เราไหว้พระจันทร์ต้องให้พระจันทร์ยืนกลางอันเต๋อแตะไหล่เธอเบาๆ แต่ทั้งตัวก็ไปอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

ติชิลาเบิกตากว้างนิดๆ มองถาดขนมไหว้พระจันทร์ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ตนเอง

ไหว้พระจันทร์ครับ...คุณติชิลา

เธอมุ่นคิ้ว ไม่นานเท่าชั่วลมหายใจเข้า แล้วหัวเราะออกมาทันที พร้อมๆ กับที่เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น

โอ๊ย หญิงสาวยังหัวเราะไม่หยุด มือพลางปาดน้ำตาไปด้วย คุณทำให้ฉันเสียเลขกดชัตเตอร์ไปหนึ่งครั้ง

อย่าลบนะ

ไม่ลบหรอกค่ะ หน้าตัวเองคงตลกดี คนพูดยิ้มกว้าง ก่อนรับขนมไหว้พระจันทร์มา ขอบคุณนะคะ

เขายิ้มกว้างจนตาเรียวยิ่งเล็กลง ร่องรอยของวัยแลเห็นได้ชัด

แต่น่าแปลกที่ยังมีความสดใสปรากฏอยู่ในรอยยิ้มนั้น

เดี๋ยวผมไปกดชัตเตอร์ให้ใหม่นะ สวิตรโพล่งขึ้นมา ก้าวฉับๆ มองผ่าน view finder กดโฟกัสแล้วกดชัตเตอร์ ปล่อยให้สัญญาณไฟกะพริบอีกรอบ

คุณช่วยถือถาดขนม ผมจะอุ้มผู้หมวดถ่ายรูป เล่อหมิง อุ้มผู้พัน

สั่งอะไรดูขนาดตัวคนหน่อยได้ไหมเฮีย น้องชายเธอประท้วงทันที

มองกล้อง เดี๋ยวภาพเสียอีกรูปนะ เธอดุทั้งคู่ด้วยเสียง ทั้งที่ยิ้มไม่เลิก

อันเต๋ออุ้มผู้หมวดซึ่งพยายามยื่นจมูกมาที่ถาดขนม

สวิตรกอดผู้พันเอาไว้อย่างทุลักทุเล

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นและเงียบไป

 

 

 

ลมพัดแรงทำให้บานหน้าต่างสั่นเล็กน้อย

ติชิลานั่งขัดสมาธิบนเตียง กดดูภาพในกล้องของตนเอง หญิงสาวหัวเราะเบาๆ กับช็อทต่อเนื่องที่สวิตรโดนขาหลังผู้พันยันจนเซ กับขนมไหว้พระจันทร์ของเธอซึ่งไปอยู่กับปากของผู้หมวด แล้วยังมีภาพเธอเองกับขนมไหว้พระจันทร์ที่อันเต๋อเป็นคนถ่ายให้

มองออกไปข้างนอก...ดูเหมือนพระจันทร์จะเคลื่อนคล้อยลงต่ำ

แต่ความรื่นเริงยังลอยสูง...ไม่หายไปเลยแม้แต่นิด

 

 

 
  - - - - - - - - - - -
 

 
 
อีกเทศกาลที่อยากเขียนเอง ฮ่าๆ
ขอบคุณข้อมูลจากกูเกิ้ล และพี่แคท ณ ทวีตภพ
 
เพลง Moonlight Serenade เป็นผลงานของ Glen Miller ค่ะ (เพลงบรรเลงนะ)
 
 
 
ส่วนแบบร้อง หยิบของ Frank Sinatra มา
 
 
 I stand at your gate and the song that I sing is of moonlight.
I stand and I wait for the touch of your hand in the June night.
The roses are sighing a Moonlight Serenade.

The stars are aglow and tonight how their light sets me dreaming.
My love, do you know that your eyes are like stars brightly beaming?
I bring you and sing you a Moonlight Serenade.

Let us stray till break of day
in love's valley of dreams.
Just you and I, a summer sky,
a heavenly breeze kissing the trees.

So don't let me wait, come to me tenderly in the June night.
I stand at your gate and I sing you a song in the moonlight,
a love song, my darling, a Moonlight Serenade.
 
 
 
 
 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาค่า~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอ๊
สวิตรเกรียนสุดๆเลยค่ะ
ขัดคอเต๋อตลอด แต่น่ารักมากค่ะ=//v//=

เต๋อก็น่ารักมากๆ หวดลูกโค้งใส่ชีล่าใหญ่เลย
แต่พลาดหมด TTATT
ชีล่าเธอหลบพริ้วๆเลยอ่ะ หลบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
จะนั่งดูเต๋อส่งลูกให้ชีล่าไปเรื่อยๆนะคะ

ส่วนเพลง เพราะมากค่ะ
แถมยังเหมือนมีไว้เพื่อให้เต๋อใช้จีบชีล่าเลย
(แต่ตอนฟัง เปิดเสียงเบาๆเพราะพี่สาวดูหนังอยู่ แล้วโดนพี่สาวถามว่า นั่นเพลงไทยเก่าๆหรอ?)
...orz ไม่ใช่อ่ะ...

จะรอดูความพยายามของอันเต๋อนะคะ คอยเชียร์อยู่ค่ะ=w=

#1 By 郭明 on 2009-10-31 01:15

รู้สึกว่าสวิตรน่ารักขึ้น ไม่รู้เพราะอะไร

อันตี๋น่าหมั่นไส้ คิดเองเออเองชะมัด

#2 By buffy on 2009-10-31 01:26

"ก็ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าพระจันทร์สวย และอยู่เกินเอื้อม "
โรแมนติกมากๆเลยค่ะพี่ โอย อ่านแล้วแบบเขินมาก


“รอพระจันทร์”

จี๊ดค่ะพี่ จี๊ดมากกกกกกกกกกกกก ถึงมากๆ ถึงมากที่สุด
แบบว่า อะไรมันจะขนาดนั้นเนี่ยยยยย
อ่านแล้วเขินสุดๆ แบบอะไรเนี่ยอันเต๋อออออ

โอย เป็นความโรแมนติคในวันไหว้พระจันทร์สินะนี่
ผู้ชายแบบนี้นี่ ต้องอิมพอร์ตมาเองสินะฮระพี่(ฮา)
แต่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ ไม่เสียเที่ยวที่พอร์ตมา

สวิตรในฟิคตอนนี้น่ารักดีฮร่ะ ชอบนะพี่
แบบว่าเหมือนจะไม่ขัดเจ้านาย แต่ก็หวงพี่สาว
เหมือนยังทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ในสายตาพู่นะพี่
ดูน่ารักดี
(หรือเข้าใจผิดกันนะ Orz ...)

#3 By Pupu Meteor on 2009-10-31 01:41

อ่านตอนนี้แล้วยิ่งชอบอันเต๋อหนักขึ้นไปอีกเลยค่ะ ฮาๆ

ชอบ "รอพระจันทร์" ชะมัดเลย =w=

#4 By ทราย on 2009-10-31 02:22

ร้ายนะเฮีย...

แต่ว่าตอนนี้ พระจันทร์ก็เลื่อนเข้ามาใหล้ขึ้นแล้วนี่ ฮิ


ตอนนี้ขำสวิตรมาก (ฮา) ผู้หมวด ผู้พันน่ารักจริงๆ
ชีล่า... คุณพระจันทร์สุดสวย /หมัวะแล้ววิ่งหนี

#5 By Sinsin on 2009-10-31 13:42

“ไหว้พระจันทร์ครับ...คุณติชิลา”
กลายเป็นสิ่งสักการะไปแล้วสินะชีล่า

ขนาดยังจีบไม่สำเร็จนะนี่...หึๆๆ

#6 By Cyanic on 2009-10-31 19:45

อีเวนต์ช่างอิ๊อ๊าง
เอาใจได้ทั้งชีล่า ทั้งอันเต๋อเลยน่อ

#7 By W★G on 2009-10-31 22:53

แม่หมิง - อันเต๋อไม่ใช่พัตเตอร์ (หรือแบตเตอร์นะ) แกเป็นเครื่องยิงบิลอัตโนมัติค่ะ ไม่หยุดง่ายๆ หรอก กร๊าก

เล้ง - เหตุผลเกี่ยวกับเอสไหม

พู่ - ฮ่าๆ สวิตรมันเหมือนเป็นลูกชายของญาติอันเต๋อ (นายของสวิตร ท่านกัวอะนะ) อันเต๋อก็เลยสนิทกับสวิชชี่เหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ (แกมีแต่น้องสาว) สวิตรเองก็เห็นแกเป็นไอดอล แบบว่า รักพี่สาวก็รัก อยากเชียร์พี่ชายก็อยาก แต่มันหวงพี่มากกว่า เพราะรู้ประวัติอันเต๋อดี ฮ่าๆ

ซาบ - มันโรแมนติกเนียนๆ สินะ

ซิน - ชีล่า - *ยิ้มเขินๆ โดนหอมแก้ม*

เป้ - สักการะ...เออว่ะ 555

#8 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-11-01 23:38

ไหว้พระจันทร์!!! โอ๊ย ทำไมอันเต๋อถึงได้ (วิ่งรอบเมืองสามพันรอบ)

#9 By Esther on 2009-11-03 08:11