[BT] Switr 001 : Nice to meet you
posted on 24 Oct 2009 04:13 by brown-sucre in Switrเป็นเหตุการณ์ในช่วงหน้าร้อน ก่อนจะถึงงานวัดนะคะ
ไว้งานวัดของสวิตรจะมาเขียนอีกที ยังไงก็อยากเขียนน่ะนะ ฮ่าๆ
Switr 001 – Nice to meet you
สวิตรแทบจะกระโดดออกมาจากจักรยานคันโปรด ภายหลังหักเลี้ยวอย่างแรง และนั่นหลังจากที่เขารู้สึกตัวว่าเผลอไปเฉี่ยวใครคนหนึ่งเข้า เขาซิ่งจักรยานรอบเมืองตอนกลางคืนเป็นปกติ สลับกับวิ่งสลับกันอย่างละวัน ก่อนจะไปทำหน้าที่ดูแลร้านแทนที่สาว คนที่ร้านว่า ไปไหนมาไหนตอนค่ำมืดดึกดื่นมันอันตราย หากเป็นที่แมนฮัตตันคงต้องหมายถึงอาชญากรรม หากสำหรับบลอดเวน...เขาคิดว่ามันเป็นแค่คำแสดงความห่วงใยเพียงแค่นั้น
แต่ในที่สุดเขาก็รู้ว่าที่กลางคืนมันอันตราย เพราะเสาไฟที่นี่ทอดระยะห่างเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แถบทุ่งหญ้าใกล้ ๆ โรงบำบัดน้ำ
มืดมาก...จนมองไม่เห็นว่ามีคน
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ ผมต้องขอโทษด้วย ผมไม่ทันเห็นว่ามีคนเดินอยู่”
สวิตรได้ยินเสียงตอบเป็นภาษาจีน ก่อนชายหนุ่มคนนั้นจะเงียบไป และเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษแทน
“ผมไม่เป็นอะไรครับ...”
“แต่ดูเหมือนคุณล้มลงไปแรงนะ ลุกได้ไหม ผมช่วยฉุด” เขายื่นมือออกไป ผู้ที่นั่งอยู่ข้างทางดูเหมือนจะลังเล ก่อนยื่นมือที่มีผ้าพันแผลออกมาให้เขาช่วยฉุดลุกขึ้น
“ขอบคุณครับ...”
“บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ ? ” สวิตรลอบมองมือที่มีผ้าพันแผล ถ้าเขาตาไม่ฝาดเขาว่าตนเองเห็นเลือดสีคล้ำๆ ซึมเป็นวงอยู่บนผ้า
“มือคุณมีแผลนี่”
“...”
เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าอย่างไร รู้เพียงแต่ว่าคน ๆ นั้นยกมือขึ้นมา และมองมันอยู่นานโดยไม่สนใจสิ่งอื่น
“ไปทำแผลที่ร้านผมดีกว่า” สวิตรแตะแขนอีกฝ่าย ดูเหมือนทางนั้นจะสะดุ้งเบา ๆ
“ไม่เป็นไร บ้านผม...ไม่ไกล”
“แล้วที่บ้านมีคนรออยู่ใช่ไหมครับ?”
“...”
“แล้วจะพันแผลยังไงล่ะ ไม่ถนัดหรอกมั้ง ถ้าคนที่บ้านรู้เข้าคงเป็นห่วง”
คนเจ็บฉุกคิด ถ้ารู้ว่าไม่ยอมทำแผล...แม่คงจองตั๋วเครื่องบินแล้วตรงมาที่นี่แน่ๆ
“ไปที่ร้านดีกว่า ทำแผลเสร็จแล้วเดี๋ยวผมไปส่งบ้านเอง” สวิตรเดินไปเข็นรถจักรยานมา ดึงให้อีกฝ่ายขึ้นนั่งซ้อนด้านหลังก่อน แล้วตนเองจึงค่อยขึ้นนั่งยังเบาะหน้า “ขึ้นเลยสิ แป๊บเดียวล่ะครับ ร้านอยู่ไม่ไกล”
คนเจ็บซ้อนท้ายรถอย่างงง ๆ และใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองต้องการจะพูดอะไร
“แต่บ้านผมอยู่ทาง...”
คำพูดปลิวหายไปกับสายลมเมื่อคนขี่จักรยานเลี้ยวไปทางขวา ทั้งที่บ้านของเขาอยู่เลยไปทางซ้าย...ห่างออกไปไม่ถึง 100 เมตร
จักรยานจอดอยู่หน้าบาร์แห่งเดียวของเมือง เสียงเพลงอะคูสติก จากในร้านดังออกมาข้างนอกเพียงเล็กน้อย ผู้คนดูบางตากว่าปกติ คงเพราะเจ้าของร้านเธอหายไปไหนก็ไม่รู้
“เดี๋ยวเดินเข้าด้านหลังนะ” สวิตรจอดจักรยานล่ามไว้กับต้นเชอร์รี่บลอสซัม ไม่ทันเห็นคนเดินตามที่หยุดยืนดอกโบตั๋นหลากสีอยู่พักใหญ่
ทั้งสองเดินอ้อมเพื่อเข้าทางด้านหลังร้าน ผู้รักษาการเจ้าของบาร์ให้คนที่ตนพามานั่งอยู่ในห้องพักพนักงาน ระหว่างที่ตัวเองวิ่งออกไปเอากล่องปฐมพยาบาลที่หน้าร้านเข้ามา จากนั้นจึงจัดการล้างและทำความสะอาดแผลถลอกอย่างเบามือที่สุด แล้วจึงพันมือให้อีกฝ่ายใหม่
“มันคงไม่ทำให้มือคุณยิ่งเจ็บหนักนะ?”
“ไม่ครับ... แค่ถลอก ไม่เท่าไหร่”
“ค่อยวางใจหน่อย” เขาถอนหายใจ “เออ ลืมแนะนำตัว ผมชื่อสวิตรครับ เรียกซาเวียร์ก็ได้ เป็นน้องพี่ชีล่า มาดูแลร้านแทนเธอน่ะ”
“ผม...กั๊วะหมิงครับ”
“ฮะ ! ”
ผู้ที่เพิ่งแนะนำตัวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงอุทาน
“คุณชื่อกั๊วะหมิงเหรอครับ?” สวิตรถามกลับเป็นภาษาจีน
กั๊วะหมิงเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนตอบด้วยภาษาเดียวกัน “ครับ ? ”
“บังเอิญจริง” สวิตรหัวเราะ ก่อนเก็บกล่องยาวางไว้บนโต๊ะ “แซ่ของผมก็กัว ชื่อตัวน่ะเล่อหมิง แต่คนอื่นๆ เรียกชื่อรองคือเสินฉาย”
“เป็นคนจีนหรือครับ ? ”
“มีเชื้อแค่ นิดหน่อย แต่พอดีนายผมเป็นคนจีน สนิทกันท่านก็เลยให้ใช้แซ่ เวลาติดต่อการงานจะได้สะดวก”
“ออ...”
“เป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ นะ โลกตั้งกว้างมาเจอคนชื่อคล้ายกันที่เมืองนี้” คนพูดยิ้มกว้าง “ผมเพิ่งมาใหม่ ถ้ายังไงเป็นเพื่อนกับผมได้ไหม ? ”
กั๊วะหมิงมุ่นคิ้ว มองหน้าคนที่ยื่นมือออกมา พร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างจริงใจให้กับคนแปลกหน้า เขาไม่ค่อยได้พบเจอคนแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะคนที่อยากจะทำความรู้จักกับเขา ก็ล้วนแล้วแต่มี ‘บางสิ่ง’ เป็นตัวเชื่อม
การมีเพื่อนโดยไม่ได้รู้จักกันจากงาน...ก็คงไม่เลวร้ายนัก แต่มันก็ไม่สะดวก หากวันหนึ่งอีกฝ่ายรู้เรื่องงนของเขาล่ะ ?
ชายหนุ่มอ้าปาก คิดว่าจะพูดอะไรบางอย่าง...
“ขอบคุณครับ...”
ฮะ...
เสียงอุทานในใจดังขึ้นคนเจ็บซึ่งยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา
กั๊วะหมิงเงยหน้ามองคนที่ประสานมือกับตนเองและเขย่าเบา ๆ
ดวงตาสีฟ้าที่หยีเพราะรอยยิ้มกว้างเป็นประกาย
เขาถอนใจเบา ๆ
“ครับ...”
กราบเท้า คุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ
อาทิตย์นี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษนัก อาฟงมาเยี่ยมผมอยู่เรื่อยๆ เกรงใจเขาอยู่เหมือนกันที่ต้องเดินทางมาจากหอพัก แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไรเลย เมืองนี้สงบสุขดี
จะมีเรื่องให้ประหลาดใจก็คือวันก่อน ตอนผมออกไปเดินเล่นช่วงหัวค่ำ ผมโดนรถเฉี่ยว เป็นจักรยานของน้องชายเจ้าของบาร์ เจ้าของจักรยานก็เลยทำแผลให้ (ตอนนี้ผมปลอดภัยดี แผลจะหายแล้ว และไม่แม้แต่จะอักเสบ) เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม และแซ่เดียวกับเราด้วย ชื่อเขาคือเล่อหมิง เขาว่าชื่อจีนนั้นเอาไว้ใช้เวลาทำงาน แต่ถ้าผมอยากจะเรียกอย่างไรก็ตามสบาย ผมเลยเรียกชื่ออังกฤษของเขาแทน
ซาเวียร์บอกผมว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาและความบังเอิญ ถึงได้มาเจอคนที่ใช้แซ่เดียวกันและชื่อคล้ายกันในเมืองเล็ก ๆ เขาเลยบอกให้พวกเราเป็นเพื่อนกัน แม้ผมจะยังงงๆ อยู่ว่าเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร แต่ผมก็เหมือนจะเป็นเพื่อนกับเขาไปแล้ว (แม้อันที่จริงจะยังงงอยู่มากก็ตามที...)
คุณพ่อเคยบอกว่าหากจะทำความรู้จักใครสักคนให้มองที่ตาเขา คนบ้านเราต้องรู้ได้แน่ ๆ ว่าคน ๆ นั้นจริงใจกับเราไหม แต่ผมกลับมองไม่เห็นอะไรในตาของเขาเลย ไม่ใช่ไม่มีแวว เป็นคนตาย เขามีชีวิตชีวามากกว่าคนปกติด้วยซ้ำไป เพียงแต่เขาไม่มีความคิดหรือคาดหวังจากในอดีต ไม่มีการคาดหวังถึงเรื่องของอนาคต เหมือนเขามองแค่ปัจจุบัน มองเรื่องตรงหน้า ทุกอย่างคือสิ่งแปลกใหม่...คน ๆ นี้แปลกดีนะครับ
ด้วยรักและคิดถึง
เสี่ยวหมิง
ป.ล. ฉบับหน้าผมจะถ่ายรูปเขาส่งไปให้ดูแน่ๆ ยังไม่ต้องจองตั๋วมาบลอดเวนนะครับ
พี่ขอโทษนะหมึกที่วางไว้นานจนลืม ในที่สุดลูกเรามันก็รู้จักกันละนะ ฮ่าๆ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะผ่านเข้ามาค่ะ


แต่สวิตรซิ่งแบบนี้ เกิดไปชนกับรถคุณทัตที่ขับมา(จากการขนศพ) จะทำยังไงล่ะค๊า
#1 By ทราย on 2009-10-24 04:27